ความเป็นมาของผ้าหมักโคลน

ผ้าทอมือเป็นมรดกวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชนเผ่า ใน จ. มุกดาหาร มาตั้งแต่โบราณกาล และเป็นเครื่องบ่งชี้ของความเป็นเอกลัษณ์ ความเจริญงอกงามของอารยธรรมเผ่าต่างๆ ความงดงาม ปราณีตบรรจงความมีเสน่ห์ซึ่งปรากฏบนผ้าพื้นสวย สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจ ความพิถีพิถัน ความมานะอดทน ความมีศิลปะในการทอผ้า ภูมิปัญญากับการย้อมสีจากธรรมชาติและการหมักด้วยโคลนอายุ 100 ปี

ภูมิปัญญา แห่งหัตถกรรมผ้าย้อมสีธรรมชาติ ( ผ้าหมักโคลน)

อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร เป็นกลุ่มแรกและกลุ่มดั้งเดิมที่มีวิธีการใช้เทคนิคนำผ้าไปหมักโคลนก่อนการย้อมสีธรรมชาติ การทอผ้าฝ้ายและผ้าไหมทุกผืนเป็นงานฝีมือ วิธีการย้อมใช้สีธรรมชาติจากเปลือกไม้ชนิดต่างๆ เป็นการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมธรรมชาติให้คงอยู่ตลอดไป การทำผ้าหมักโคลนเป็นการทำเพื่อให้ได้สีที่สวยงามและจะทำให้สีติดผ้าคงทน สีธรรมชาติที่ได้จากเปลือกไม้หรือแก่นไม้ชนิดต่างๆจะออกสีแตกต่างกันเช่น

  • ต้นเข(ต้นกาแล) ใช้เนื้อไม้จะให้สีเหลืองทอง สีเหลืองอ่อน
  • ต้นเพกา (ลิ้นฟ้า) ใช้เปลือกแก่นและรากจะได้สีเขียวอ่อน สีเขียวแก่
  • ต้นมะม่วง ใช้เปลือก ลำต้นและเนื้อไม้ จะให้สีเขียวและสีเขียวขี้ม้า
  • ต้นขนุน ใช้แก่น ให้สีเหลือง สีเหลืองอมเขียว
  • ต้นประดู่ ใช้เปลือก ลำต้น ให้สีชมพูอมแดง หรือสีแดงอมน้ำตาล
  • ต้นมะกอก ต้นหว้า ให้สีเขียวครีม
  • ต้นค่อ เปลือกแดง ให้สีส้ม

การย้อมสีธรรมชาติคือ

การนำเอาวัตถุดิบที่ได้จาก พืช สัตว์ จุรินทรีย์ และแร่ธาตุต่าง ๆ มาย้อมกับเส้นด้ายที่ทอจากฝ้าย แล้วนำมาถักทอเป็นผืนผ้า เพิ่มสีสันและความงามให้กับผืนผ้า อันเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมาแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน จึงเป็นที่นิยมทั้ง ชาวไทยและชาวต่างประเทศ

ประโยชน์ของการหมักโคลน

ทำให้สีติดทนนาน ปราศจากสารเคมี มีธาตุเหล็กและแมกนีเซียมมีผลให้มีสีเข้มขึ้น การนุ่งห่มจะสามารถขับสารพิษออกจากร่างกายได้. สืบทอดภูมิปัญญาให้มีค่ามากขึ้น


กรรมวิธีการผลิต